[:en]Sanam Chandra Palace/ พระราชวังสนามจันทร์ [:]
Listing Type : [:en]Museum[:]
Location : Nakhon Pathom
Opening Hours

[:en]Sanam Chandra Palace (Thai: พระราชวังสนามจันทร์; rtgsSanam Chan; “Moon Plaza”) is a palace complex built by Vajiravudh in Nakhon Pathom,Thailand, 56 km west of Bangkok. The palace complex is about a kilometer away from the Phra Pathommachedi. The complex consists of five buildings and a Ganesh shrine.

Before ascending the throne, the then Crown Prince Vajiravudh came to this city to pay homage to Phra Pathommachedi. He wished to build a palace here as a retreat and a residence during his pilgrimage trip to the stupa. He viewed the area as a strategic location. In 1907, he bought about 335 acres of land around Noen Prasart Hill (Thai: เนินปราสาท; rtgsNoen Prasat; “Castle Hill”) from local people. Noen Prasart Hill is believed to be the site of an ancient palace. He then had Luang Phitak Manop (Noi Silapi, later Phraya Visukam Prasit) designed and supervised the construction of the palace. The construction began in 1902 by the end of Chulalongkorn’s reign (1868 – 1910). It was completed in 1911. Vajiravudh named it Sanam Chandra Palace after a natural pool nearby called “Sa Nam Chand” (Thai: สระน้ำจันทร์; rtgsSa Nam Chan; “Moon Pond”). In addition, the king had another plan for this palace. It was to serve not only as a retreat, but also as a stronghold during a national crisis. Here, he regularly held practices for the Wild Tigers Corps, a para – military troop.[1] According to Vajiravudh’s will, the palace was given to the government to be the site of military academy. However, after reign of Vajiravudh the palace has been closed and transformed to Nakhon Pathom’s administrative area. Some palace halls had been dismantled and moved to National Museum in Bangkok for preservation.

Silpakorn University Campus[edit]

In 1965 Silpakorn University, a well known Thai university, for art and archaeology study, improved its educational program with additional new faculties and urgently need larger area to accommodate the expansion. The university and Thai cabinet approved to use the area of Sanam Chandra Palace to be the new university campus since the area was suitable since the palace was once belong to Vajiravudh, an archeologist and artist himself. Also in the palace ground has Ganash Shrine, god of art and the symbol of university seal. Moreover, Nakhon Pathom is an important archaeological site for Dvaravati in Thailand.[2]

Restoration[edit]

In 1981 Department of Fine Arts registered Sanam Chandra Palace as historical site. On December 1 st, 2003, the Committee for the Renovation of Sanam Chandra Palace chaired by Bejaratana Rajasuda, Vajiravudh’s daughter, in collaboration with the Ministry of Interior, Nakhon Pathom Governor and Silpakorn University returned the palace including its satellite buildings to Bureau of the Royal Household following the wishes of Bejaratana Rajasuda. At present, the Bureau of the Royal Household has since opened the Bhimarn Prathom Residence including the Prayer Room in this residence, Samakkeemukamartaya Hall, Ganesh Shrine, Chaleemongkolasana Residence, Mareerajaratanabulung Residence, Thub Kwan Residence and Statue of Yalae, to the general public.

Sanam Chandra Palace celebrated its 100-year anniversary from November 23, 2007 to December 2, 2007.

More information please visit – https://en.wikipedia.org/wiki/Sanam_Chandra_Palace


 

พระราชวังสนามจันทร์ อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครปฐม (Unseen Thailand)

อยู่ห่างจากพระปฐมเจดีย์ไปทางทิศตะวันตก 2 กิโลเมตร บริเวณที่เรียกกันว่า “หนองน้ำจันทร์”ก่อสร้างในปี 2450 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ เจ้าอยู่หัว ยังทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร ทรงโปรดเกล้าให้หลวงพิทักษ์มานพ หรือพระยาศิลป์ประสิทธิ์ เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง และแล้วเสร็จในปี 2454 เดิมทีประกอบด้วยพระที่นั่ง 2 แห่งเท่านั้น คือ พิมานปฐมและพระที่นั่งอภิรมย์ฤดี และได้มีการสร้างพระที่นั่ง พระตำหนักเพิ่มเติมอีก ได้แก่…

พระที่นั่งพิมานปฐม พระที่นั่งองค์แรกในพระราชวังสนามจันทร์ อาคาร 2 ชั้น แบบตะวันตก ก่อสร้างด้วยอิฐ มีช่องระบายลมและระเบียงลูกกรง ฉลุสลักเป็นลวดลายแบบศิลปะไทย

พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี อาคาร 2 ชั้น อยู่ด้านใต้ของพระที่นั่งพิมานปฐม

พระที่นั่งวัชรีรมยา อาคารทรงไทย 2 ชั้น หลังคาซ้อน ยอดปราสาทมุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ มีช่อฟ้า ใบระกา นาคสะดุ้ง หางหงส์ โดยลอกแบบมาจากพระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์

พระ ที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ เป็นอาคารทรงไทย ยกสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร มีอัฒจันทร์ลง 2 ข้าง รัชกาลที่ 6 ทรงใช้ในการเสด็จออกว่าราชการ ประชุมข้าราชการ เสือป่า รวมทั้งใช้เป็นโรงละครแสดงโขน ซึ่งผู้แสดงจะแสดงในพื้นที่เฉลียงทั้ง 3 ด้าน

พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ อาคารตะวันตก 2 ชั้น แบบโรมันติค ผสมผสานกับปราสาทแบบเรอเนซองส์ของฝรั่งเศส และแบบฮาล์ฟทิมเบอร์ของอังกฤษ สีเหลืองไข่ไก่ หลังคามุงกระเบื้องสีแดง รัชกาลที่ 6 จะใช้ประทับในกิจด้านเสือป่า

พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ เรือนไม้ตะวันตก 2 ชั้น สีแดง ชั้น 2 มีทางเดินทางเชื่อมไปพระที่นั่งชาลีมงคลอาสน์

พระตำหนักทับแก้ว อาคารหลังเล็ก อยู่เชิงสะพานสุนทรถวาย ใช้ประทับในฤดูหนาว มีภาพเขียนขาวดำของรัชกาลที่ 6

พระตำหนักทับขวัญ เรือนไม้สักทรงไทย 7 หลัง หันเข้าหากัน ล้อมรอบนอกชานสี่เหลี่ยม ตรงกลางนอกชานนี้มีต้นจันทน์ ใช้ต้อนรับชาวบ้านที่มาเข้าเฝ้า บำเพ็ญกุศล และการแสดงวัฒนธรรมไทยเดิม

เทวาลัยคเณศวร์ ตั้งอยู่กลางสนามใหญ่หน้าพระที่นั่ง เป็นที่ประดิษฐานพระพิฆเนศวร์ เทพแห่งศิลปะ

พระราชวังสนามจันทร์ อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครปฐม (Unseen Thailand)

อยู่ห่างจากพระปฐมเจดีย์ไปทางทิศตะวันตก 2 กิโลเมตร บริเวณที่เรียกกันว่า “หนองน้ำจันทร์”ก่อสร้างในปี 2450 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ เจ้าอยู่หัว ยังทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร ทรงโปรดเกล้าให้หลวงพิทักษ์มานพ หรือพระยาศิลป์ประสิทธิ์ เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง และแล้วเสร็จในปี 2454 เดิมทีประกอบด้วยพระที่นั่ง 2 แห่งเท่านั้น คือ พิมานปฐมและพระที่นั่งอภิรมย์ฤดี และได้มีการสร้างพระที่นั่ง พระตำหนักเพิ่มเติมอีก ได้แก่…

พระที่นั่งพิมานปฐม พระที่นั่งองค์แรกในพระราชวังสนามจันทร์ อาคาร 2 ชั้น แบบตะวันตก ก่อสร้างด้วยอิฐ มีช่องระบายลมและระเบียงลูกกรง ฉลุสลักเป็นลวดลายแบบศิลปะไทย

พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี อาคาร 2 ชั้น อยู่ด้านใต้ของพระที่นั่งพิมานปฐม

พระที่นั่งวัชรีรมยา อาคารทรงไทย 2 ชั้น หลังคาซ้อน ยอดปราสาทมุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ มีช่อฟ้า ใบระกา นาคสะดุ้ง หางหงส์ โดยลอกแบบมาจากพระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์

พระ ที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ เป็นอาคารทรงไทย ยกสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร มีอัฒจันทร์ลง 2 ข้าง รัชกาลที่ 6 ทรงใช้ในการเสด็จออกว่าราชการ ประชุมข้าราชการ เสือป่า รวมทั้งใช้เป็นโรงละครแสดงโขน ซึ่งผู้แสดงจะแสดงในพื้นที่เฉลียงทั้ง 3 ด้าน

พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ อาคารตะวันตก 2 ชั้น แบบโรมันติค ผสมผสานกับปราสาทแบบเรอเนซองส์ของฝรั่งเศส และแบบฮาล์ฟทิมเบอร์ของอังกฤษ สีเหลืองไข่ไก่ หลังคามุงกระเบื้องสีแดง รัชกาลที่ 6 จะใช้ประทับในกิจด้านเสือป่า

พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ เรือนไม้ตะวันตก 2 ชั้น สีแดง ชั้น 2 มีทางเดินทางเชื่อมไปพระที่นั่งชาลีมงคลอาสน์

พระตำหนักทับแก้ว อาคารหลังเล็ก อยู่เชิงสะพานสุนทรถวาย ใช้ประทับในฤดูหนาว มีภาพเขียนขาวดำของรัชกาลที่ 6

พระตำหนักทับขวัญ เรือนไม้สักทรงไทย 7 หลัง หันเข้าหากัน ล้อมรอบนอกชานสี่เหลี่ยม ตรงกลางนอกชานนี้มีต้นจันทน์ ใช้ต้อนรับชาวบ้านที่มาเข้าเฝ้า บำเพ็ญกุศล และการแสดงวัฒนธรรมไทยเดิม

เทวาลัยคเณศวร์ ตั้งอยู่กลางสนามใหญ่หน้าพระที่นั่ง เป็นที่ประดิษฐานพระพิฆเนศวร์ เทพแห่งศิลปะ

อนุสาวรีย์ย่าเหล ตั้งอยู่กลางสนามหน้าพระตำหนักชาลีมงคงอาสน์ เป็นรูปหล่อทองแดงขนาดเท่าตัวจริงของย่าเหล สุนัขพันธุ์ทางที่ทรงเก็บมาเลี้ยง เมื่อครั้งเสด็จเยือนเรือนจำ ย่าเหลมีความภักดี เฉลียวฉลาด เป็นที่โปรดปราน ทำให้ถูกลอบยิงโดยผู้มีใจอิจฉา มีกลอนพระราชนิพนธ์ที่แท่นใต้รูป

ปัจจุบันพระราชวังบางส่วนใช้เป็นที่ทำการศาลากลางจังหวัดนครปฐม และอีกส่วนเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ โทรศัพท์ 0 3425 3840-4, 0 3424 2649 หรือติดต่อสำนักพระราชวัง กองประชาสัมพันธ์ 0 2628 6300 ต่อ 5120

ขอบคุณข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับสถานที่จาก กระปุกดอทคอม[:]

admin
Reviews
There are no reviews yet, why not be the first?
Leave a review
Service/ การบริการ: Impress/ ความประทับใจ: Recommendation/ แนะนำท่านอื่น:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Listings