Khum Chao Luang Muang Phrae Museum/ คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ ซอย คุ้มเดิม ตำบล ในเวียง อำเภอเมืองแพร่ แพร่ 54000 ประเทศไทย
Posted on January 16, 2016 / 429
Khum Chao Luang Muang Phrae Museum/ คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่
Listing Type : Museum
Location : Phrae
Coordinates : 18.14417157479452,100.13885987539368
Phone : 054-511-411
Opening Hours
  • Daily : 08.30am-04.30pm

คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ Khum Chao Luang Muang Phrae Museum Thailand.

 พิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ “คุ้มเจ้าหลวง” ตั้งอยู่ที่ อ. เมืองแพร่ จ. แพร่ เปิดให้ชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. “คุ้มเจ้าหลวง” เป็นคำที่ชาวบ้านใช้เรียกบ้านของเจ้าผู้ครองเมืองแพร่องค์สุดท้าย เจ้าพิริยเทพวงศ์อุดรฯ หรือ พระยาพิริยวิไชย
Khum Chao Luang Muang Phrae Museum, Located in the district of Phrae in Thailand. Free admission, open daily from 08.30-17.00.  “Khum Chao Luang ” is a term used to refer to people of the ruler of the city for the final : Chao Phraya Piriya Thepvong Udon or Phraya Piriya Wichai.
“คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่” หรือ “บ้านวงศ์บุรี” สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.2440 เป็นสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป หลังคามุงด้วยไม้เรียกว่า “ไม้แป้นเกล็ด” ชายคารอบตัวอาคารประดับด้วยไม้แกะสลัก ฉลุลวดลายอย่างสวยงาม ซึ่งเป็นฝีมือช่างชาวจีนที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น และบานประตูในคุ้มเจ้าหลวงมีถึง 72 บาน
“Khum Chao Luang Muang Phrae” or “Ban Wong Buri”  was built around the year 1897 is a mix of Thai Style and European architecture. Shingle roof called “Mai Paen Kret”. Eaves of the building is adorned with carvings. Beautifully patterned stencil Chinese artisans, which is famous in those days. And doors in the Palace with up to 72 doors.

คุ้มเจ้าหลวงแห่งนี้เคยใช้เป็นที่ประทับแรมของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อคราวที่เสด็จมาเยี่ยมเยียนราษฎรจังหวัดแพร่ ในระหว่างวันที่ 15 – 17 มีนาคม พ.ศ. 2501

Khum Chao Luang Palace this used to be the residence of the King Bhumibol and Her Majesty the Queen, When he visited the people of Phrae. During the 15th – 17th March 1958

พิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ คุ้มเจ้าหลวง ได้รับพระราชทานรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี 2536 และสถาปัตยกรรม ดีเด่นประจำปี 2540 จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

Khum Chao Luang Muang Phrae Museum was Awarded : Building Conservation Award in 1993, and architecture in 1997 Award from Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn.
วันที่ 5 ธันวาคม 2547 จังหวัดแพร่ได้มอบคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่เป็นผู้ดูแล เพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ “คุ้มเจ้าหลวง” ให้ประชาชนได้เข้าไปเยี่ยมชมและศึกษาประวัติและเรื่องราวในอดีตของจังหวัดแพร่
On December 5, 2004 in Phrae gave Khum Chao Luang Palace to The Provincial Administrative Organization as an administrator to open a museum Phrae “Khum Chao Luang” For people to visit and study the history and the story of Phrae.

ในอดีตบริเวณใต้ถุนอาคารหลังนี้เคยเป็นที่คุมขังทาสมากกว่า 50 ปี จนกระทั่งพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงประกาศ “เลิกทาส” คุกทาสแห่งนี้เลยกลายมาเป็นที่คุมขังนักโทษ ที่แบ่งเป็นคุกปีกซ้ายและปีกขวาเป็นห้องมีแสงส่องบ้าง เอาไว้คุมขังนักโทษที่ทำความผิดสถานเบา(ลหุโทษ) ส่วนนักโทษที่ทำผิดร้ายแรงจะถูกคุมขังในคุกมืดที่ห้องกลาง การเข้าชมในคุกใต้ดินนี้ มีเคล็ดอยู่ว่า “ให้เดินถอยหลังเข้าคุกแทน ส่วนตอนออกก็เดินหน้าออกมา อย่าหันหลังไปมองคุก เพราะอาจจะทำให้ต้องโทษเข้าคุกในอนาคตได้” เป็นความเชื่อ

In the basement of this building used to be a slave prison over 50 years until King Rama 5, He declared: “Slave emancipation”. This slave prison has become a prison is divided into the left  and the right is a room with a some light, For inmates with minor offenses not serious. The prisoners made a serious mistake was imprisoned in a darkroom at the middle room. Trick for visit the a prison is “walking Backwards into it, when the came out, don’t look turn your eyes back to a prison because may be sentenced to prison in the future.” It is the belief.
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆ จาก http://thailandhere.blogspot.com/

คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคต้น ซึ่งมีรูปทรงเป็นแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป หรือทรงขนมปังขิง ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยนั้น หลังคามุงด้วยไม้เรียกว่า “ไม้แป้นเกล็ด” ไม่มีหน้าจั่วเป็นแบบหลังคาเรือนปั้นหยามีมุขสี่เหลี่ยมยื่นออกมา ด้านหน้าของตัวอาคารหลังคามุขมีรูปทรงสามเหลี่ยมทั้งปั้นลมและ ชายคาน้ำรอบตัวอาคารประดับด้วยไม้แกะ ฉลุสลักลวดลายอย่าง สวยงามซึ่งเป็นฝีช่างชาวจีนที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นมุขด้านหน้าตัว อาคารแต่เดิมมีบันไดขึ้นลงทั้ง 2 ด้าน คือด้านทิศเหนือและด้านทิศใต้ (ปัจจุบันรื้อออกแล้ว) คงเหลือบันไดขึ้นลงเฉพาะด้านหน้าและด้านหลัง เท่านั้น ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐถือปูน มี 2 ชั้น ไม่มีการฝังเสาเข็มแต่ใช้ไม้ซุงท่อน ส่วนใหญ่เป็นไม้แก่น ไม้แดง และไม้เนื้อแข็ง รองรับฐานเสาทั้งหลัง ภายใต้ตัวอาคารซึ่งสูงจากพื้นดินประมาณ 2 เมตร

คุ้มเจ้าหลวงแห่งนี้เคยใช้เป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อคราวที่เสด็จมาเยี่ยมเยียนราษฎรจังหวัดแพร่ ในระหว่างวันที่ 15 – 17 มีนาคม พ.ศ. 2501และได้รับพระราชทาน รางวัล จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีให้เป็นสถาปัตยกรรมดีเด่นประเภท อาคารสถาบันและสาธารณะ ซึ่งภายในก็จะมีแท่นบรรทมของพระองค์รวมอยู่ด้านใน “เรื่องราวความลี้ลับของคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่นั้นเต็มไปด้วยตำนานที่น่าสะพรึงกลัว ด้วยในอดีตบริเวณใต้ถุนอาคารหลังนี้เคยเป็นที่คุมขังนักโทษมานานนับศตวรรษ คำเล่าขานของผู้เฒ่าผู้แก่ที่ล่วงลับดับขานไป แล้วเล่าสืบต่อกันมาถึงเกี่ยวกับภูตผีวิญญาณต่างๆ ของบรรดาผีทาสที่เสียชีวิตจากการถูกพันธนาการอย่างโหดเหี้ยมน่ากลัวจริงๆ และบริเวณภายใต้อาคารคุ้มเจ้าหลวง เมืองแพร่หลังนี้เคยใช้เป็นที่คุมขังทาสมาไม่น้อย กว่า 50 ปีจนกระทั่งพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประกาศ เลิกทาสคุกทาสแห่งนี้เลยกลายมาเป็นที่คุมขัง นักโทษทั่ว ๆ ไปของเจ้าเมืองหรือข้าหลวงในสมัยต่อมาจนกระทั่งมีการสร้างเรือนจำเมืองแพร่ขึ้น คุกทาสอันยาวนานของคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่จึงว่างลง หลงเหลือไว้เพียงตำนานภาพหลอน และวิญญาณพยาบาท คุกใต้ดินดูวังเวงที่คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่อีกหนึ่งส่วนที่น่าสนใจ

TAGS
admin
Reviews
There are no reviews yet, why not be the first?
Leave a review
Service/ การบริการ: Impress/ ความประทับใจ: Recommendation/ แนะนำท่านอื่น:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Listings